8 คำแนะนำในการจัดงานแต่งงาน - Wedding All Love
หน้าแรก บทความ

8 คำแนะนำในการจัดงานแต่งงาน

วันที่โพสต์ 15/04/2018 11:49 | จำนวนผู้อ่าน 397 |


เมื่อชายหญิงที่เป็นคู่รักกันได้ตัดสินใจที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งแรกที่คนทั้งสองจะต้องนึกถึงก่อนเรื่องใดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการจัดงานแต่งงานของตนนั่นเอง ในความเป็นจริงแล้ว ต่างฝ่ายก็คงจะมีภาพฝันงานแต่งของตนอยู่ในใจ ซึ่งอาจจะเป็นภาพที่คล้ายคลึงกัน หรืออาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าภาพฝันนั้นจะเป็นอย่างใด ก็คงจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ก็คืออยากให้งานแต่งงานของตนออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

การจัดงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวนั้นจะออกมาดีหรือไม่ดีอย่างไร ผมบอกได้เลยครับว่าขึ้นอยู่กับการวางแผนงานที่ดี มีการเตรียมความพร้อมในทุกๆเรื่องที่ต้องบริหารจัดการ เพื่อหลีกเลี่ยงจากปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินงาน หรือการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆที่จะมาใช้ในการจัดงาน ผมเลยถือโอกาสที่จะมาแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนเพื่อจะเตรียมการจัดงานแต่งงาน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีรายละเอียดอยู่มาก แต่ในที่นี้จะผมจะแนะนำในเรื่องที่เป็นหลักใหญ่ๆและที่สำคัญเท่านั้น และจะแยกเป็นหัวข้อๆเพื่อให้เข้าใจง่ายๆก็แล้วกัน

การจัดงานแต่งงาน-03

8 คำแนะนำสำหรับขั้นตอนในการเตรียมการจัดงานแต่งงาน

1. ตัดสินใจร่วมกัน

ก่อนอื่นผมแนะนำให้ว่าที่คู่บ่าวสาวทั้งสองนั่งลงและจับเข่าคุยกันก่อนว่าอยากจะให้งานของตัวออกมาเป็นแบบใด ลักษณะใด ถ้ามีความคิดที่แตกต่างกันมาก ก็คงต้องพยายามปรับเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันปรึกษาจนสามารถหาข้อสรุปให้ได้ก่อน รวมถึงการประเมินจำนวนแขกที่เราจะเชิญมาในงานด้วย อย่าลืมนะครับว่า การจัดงานแต่งงานนี้เป็นงานของคุณทั้งสองคน ฉะนั้นอย่าโยนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ผมแนะนำให้คู่บ่าวสาวทั้งสองควรร่วมกันคิด ร่วมกันบริหารจัดการนะครับ และควรที่จะมีสมุดบันทึกไว้คอยจดด้วยเพื่อกันลืม จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาในภายหลัง

2. ตั้งงบประมาณที่จะใช้ในการจัดงาน

หลังจากที่คู่บ่าวสาวได้ตกลงกันในเรื่องรูปแบบของงานแล้ว ต่อมาก็เป็นเรื่องของการตั้งงบประมาณที่ควรจะต้องจ่ายในการจัดงาน ส่วนนี้สำคัญมากๆนะครับ เพราะเป็นเรื่องของเงินๆทองๆ หรือใครว่าไม่สำคัญ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเห็นมามากต่อมากเลยว่า ถ้าไม่มีการตั้งงบไว้ รับรองงบบานปลายอย่างแน่นอน และงบที่ตั้งไว้ควรที่จะสมดุลย์กับรูปแบบของงานที่ตกลงกันไว้ในตอนแรกด้วยนะครับ ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป

และสำหรับคู่บ่าวสาวที่มีงบค่อนข้างจำกัด ผมแนะนำนะครับว่า ถ้างบของเราประเมินแล้วไม่น่าจะพอ ก็ลองมาปรับรูปแบบงานกันใหม่ ไม่ควรไปปรับงบเพิ่มเป็นอันขาด ถ้าเราลงลึกถึงข้อมูลอย่างจริงจัง ผมรับรองว่าแม้งบจะน้อยหน่อยก็สามารถที่จะได้งานออกมาดีได้พอสมควรเลยทีเดียวนะครับ ผมไม่อยากให้คู่บ่าวสาวที่เริ่มสร้างครอบครัวของตนเองใหม่ๆจะมาเครียดเรื่องการเงินในชีวิตหลังแต่งงาน อย่าลืมที่ผมเคยพูดเสมอว่า ชีวิตหลังแต่งงานนั้นสำคัญมากๆ และมีหนทางที่เราต้องเดินอีกยาวไกลนัก

3. หาตัวช่วยหรือที่ปรึกษา

ข้อนี้เป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่จะนำมาใช้ในการจัดงาน ซึ่งเพื่อนๆสามารถค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่ขาย หรือราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกเสียจากว่าคู่บ่าวสาวท่านใดไม่อยากทำเอง หรือไม่มีเวลา ก็จะลองใช้บริการจากพวกออแกไนซ์ หรือเวดดิ้งแพลนเนอร์ ที่เขาให้บริการรับปรึกษาและจัดงานแต่งงานก็ได้ครับ สะดวกดี

4. หาสถานที่จัดงานแต่งงาน

เมื่อได้ตั้งงบและพอประเมินได้อย่างคร่าวๆถึงจำนวนแขกที่จะเชิญมาในงาน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การออกหาสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงาน ซึ่งการหาสถานที่นี้ต้องรีบทำเลยนะครับ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ถือฤกษ์ ด้วยวันฤกษ์ดีๆจะมีคู่แต่งงานในวันนั้นเป็นจำนวนมาก บางคู่จองสถานที่กันข้ามปีเลยก็มี ถ้าเราไม่รีบ อาจจะได้สถานที่ไกลๆ หรือสถานที่ๆไม่เหมาะกับคอนเซ็ปงานของเรา

5. พิมพ์การ์ดแต่งงาน

เมื่อเราได้สถานที่และรู้จำนวนแขกอย่างคร่าวๆแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการพิมพ์การ์ดแต่งงาน หรือการ์ดเชิญนั่นเอง ข้อนี้ผมมีคำแนะนำแก่ว่าที่คู่บ่าวสาวมือใหม่นะครับว่า การเชิญแขกด้วยการ์ดนั้นดีกว่าการเชิญด้วยวิธีโพสในโซเชียลเน็ตเวิร์คมากเลย ข้อแรกก็คือการเชิญด้วยการ์ดเป็นการให้เกียรติแก่แขกที่เราเชิญมาและค่อนข้างเป็นทางการ และที่สำคัญสามารถที่จะประเมินแขกที่จะมาในงานได้ค่อนข้างจะแม่นยำ จะผิดบ้างก็ไม่น่าเกินบวกลบ 15% ส่วนการเชิญทางโซเชียลนั้น เราไม่สามารถที่จะประเมินแขกที่จะมาในงานได้เลย ซึ่งถ้าเราไม่ได้เตรียมโต๊ะสำรองไว้มากพอ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้

6. หาเวดดิ้งสตูดิโอ ช่างภาพ ช่างวีดีโอ

เพื่อทำ วีดีโอ Presentation แนะนำตัวคู่บ่าวสาว ตลอดจนถ่ายภาพ และถ่ายวีดีโอในวันแต่งงานของคุณ ในกรณีนี้ผมแนะนำให้หาข้อมูลให้มากสักหน่อย ดูตัวอย่างผลงานของสตูดิโอที่คุณหมายตาไว้ ด้วยมีหลากหลายราคาให้เลือก ต้องเปรียบเทียบราคาให้ดีอย่าใจร้อนนะครับ และที่สำคัญน่าจะลองเช็คประวัติการบริการของเขาเท่าที่ทำได้ ผมไม่อยากให้ในวันงาน คู่บ่าวสาวต้องมาวิตกกังวลว่าช่างภาพจะเบี้ยวหรือเปล่าก็ไม่รู้ คอยแต่ตั้งตาคอย เพราะช่างภาพที่เราว่าจ้างไม่มีวินัยในการทำงาน สายตลอด อย่างนี้ไม่เอานะครับ

7. ชุดแต่งงาน

การเลือกชุดแต่งงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะว่าที่เจ้าสาวแล้วจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และต้องพิถีพิถันเป็นกรณีพิเศษเลยก็ว่าได้ และเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลามากพอควร ไหนจะต้องหาร้านที่เชื่อถือได้ หาแบบ สั่งตัด ในบางกรณีอาจจะมีการแก้ไขแล้วแก้ไขอีก มีการลองชุดกันหลายต่อหลายครั้ง คู่บ่าวสาวควรจะต้องเผื่อเวลาไว้พอสมควร แต่ผมว่าคุ้มนะครับ เพราะถ้าในวันแต่งงานของคุณ ชุดแต่งงานที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ตัดเย็บด้วยความประณีต จะทำให้คุณดูดี สง่างาม สมกับเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายในงานเลยทีเดียว

8. หาช่างแต่งหน้าทำผมงานแต่งงาน

เพื่อที่จะมาเนรมิตให้คุณเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในวันงาน ซึ่งช่างแต่งหน้าทำผมนั้นก็มีหลายระดับหลายราคา ลองค้นหาข้อมูลดูจากอินเตอร์เน็ท หรือไม่ก็ลองสอบถามพวกเพื่อนๆหรือญาติที่มีประสบการณ์หรือผ่านงานแต่งงานมาแล้ว
การวางแผนจัดงานแต่งงาน หรือการเตรียมการจัดงานแต่งงานนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก คู่บ่าวสาวควรที่จะต้องเตรียมสมุดบันทึกไว้คอยจดรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆเพื่อกันลืม คู่บ่าวสาวบางคู่ไม่เคยที่จะมีการจดบันทึกหรือมีการทำบันทึกประจำวันเลย ผมว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มีการฝึกการจดบันทึกนะครับ นอกจากการวางแผนเตรียมจัดงานแต่งงานที่ผมได้เขียนแนะนำมาแล้วนั้น การจัดงานแต่งงานยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องจัดเตรียมอีกมากมายหลายเรื่อง

ฉะนั้นการที่คู่บ่าวสาวจะได้งานแต่งของตนที่สมบูรณ์แบบ จะต้องมีการหาข้อมูลให้มากพร้อมกับมีการจดบันทึกไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อกันลืม และค่อยๆนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการจัดงานแต่งงานของตน แต่ผมขอแนะนำอีกประการหนึ่งก็คือ งานแต่งงานที่ดีและสมบูรณ์นั้นควรจะจัดกันแบบเรียบง่ายไม่สลับซับซ้อนจนเกินไป รายการต่างๆที่เสริมเข้ามาต้องไม่ยุ่งยาก ไม่มีการขนย้ายหรือเปลี่ยนส่วนตกแต่งของงานมากจนเกินไป ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ ทำให้การดำเนินงานติดขัดไม่ไหลลื่น ส่วนการตกแต่งภายในงานนั้นก็ไม่ควรที่จะรกรุงรังจนเกินกว่าเหตุ ให้นึกอยู่เสมอว่าแขกเขามางานแต่งงานนะครับไม่ใช่ไปเดินป่าหรือชมสวนดอกไม้ ผมเห็นบางงานจัดดอกไม้มากเกินไป แทนที่จะสวยงามกลับทำให้ดูทึบ ไม่สบายตา




ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thesorentowedding.com